กรุงเทพมหานคร 095-205-3751 contact@kerwinvance.com

ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร ต่างกันอย่างไร ธุรกิจควรคุ้มครองอะไรก่อน

ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร ต่างกันอย่างไร ธุรกิจควรคุ้มครองอะไรก่อน

เมื่อพูดถึงทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ประกอบการหลายคนมักใช้คำว่าลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตรสลับกัน ทั้งที่ทั้งสามคุ้มครองสิ่งต่างกัน ได้สิทธิมาด้วยวิธีต่างกัน และมีอายุคุ้มครองต่างกัน การเข้าใจความต่างช่วยให้วางแผนคุ้มครองได้ถูกจุดและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า

แผนภาพเปรียบเทียบระยะเวลาคุ้มครองของลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร ด้วยแถบยาวต่างกัน
ทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภทได้สิทธิด้วยวิธีต่างกันและมีอายุคุ้มครองต่างกัน

ภาพรวมเปรียบเทียบ

ประเภทคุ้มครองอะไรได้สิทธิอย่างไรอายุคุ้มครอง
ลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ เช่น งานเขียน ซอฟต์แวร์ ภาพ งานออกแบบกราฟิก เพลงเกิดขึ้นทันทีเมื่อสร้างสรรค์งาน ไม่ต้องจดทะเบียนตลอดอายุผู้สร้างสรรค์และอีก 50 ปี (กรณีทั่วไป)
เครื่องหมายการค้าชื่อ โลโก้ หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แยกสินค้าหรือบริการจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา10 ปีนับจากวันยื่นคำขอ ต่ออายุได้ครั้งละ 10 ปี
สิทธิบัตรการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์หรือกรรมวิธีที่ใหม่ มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น และประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมได้จดทะเบียนและผ่านการตรวจสอบ20 ปีนับจากวันยื่นคำขอ
อนุสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ที่ใหม่และประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมได้ แต่ไม่ต้องมีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นจดทะเบียน6 ปี ต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์รูปร่างหรือลวดลายของผลิตภัณฑ์จดทะเบียน10 ปีนับจากวันยื่นคำขอ

ลิขสิทธิ์: ได้สิทธิทันที แต่ควรมีหลักฐาน

ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีเมื่อสร้างสรรค์งาน จึงไม่ต้องจดทะเบียนเพื่อได้รับความคุ้มครอง อย่างไรก็ตาม การจดแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาและการเก็บหลักฐานการสร้างสรรค์ เช่น ไฟล์ต้นฉบับพร้อมวันที่ ช่วยพิสูจน์ความเป็นเจ้าของเมื่อเกิดข้อพิพาท

เรื่องที่ธุรกิจมักพลาดคือความเป็นเจ้าของงานที่จ้างผู้อื่นทำ หรืองานที่พนักงานสร้างขึ้น กฎหมายมีหลักเกณฑ์ต่างกันตามลักษณะการจ้าง ทางที่ปลอดภัยคือกำหนดความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไว้ในสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น

เครื่องหมายการค้า: คุ้มครองตัวตนของแบรนด์

เครื่องหมายการค้าคุ้มครองสิ่งที่ลูกค้าใช้จดจำแบรนด์ ความคุ้มครองผูกกับจำพวกสินค้าหรือบริการที่จดทะเบียน และใช้ได้เฉพาะในประเทศที่จดทะเบียน แบรนด์ที่วางแผนขยายไปต่างประเทศจึงควรวางแผนการจดทะเบียนในประเทศเป้าหมายด้วย

สิทธิบัตร: ห้ามเปิดเผยก่อนยื่นคำขอ

สิ่งประดิษฐ์ต้องเป็นของใหม่ หากเปิดเผยต่อสาธารณะก่อนยื่นคำขอ เช่น นำออกขาย จัดแสดงในงาน หรือโพสต์รายละเอียดทางออนไลน์ อาจทำให้ขาดความใหม่และไม่สามารถขอรับสิทธิบัตรได้ ควรยื่นคำขอก่อนเปิดตัว และใช้สัญญารักษาความลับเมื่อต้องเปิดเผยแก่คู่ค้า

อย่าลืมความลับทางการค้า

ข้อมูลบางอย่าง เช่น สูตร กระบวนการผลิต หรือรายชื่อลูกค้า อาจคุ้มครองได้ดีกว่าในฐานะความลับทางการค้า ตราบที่ข้อมูลยังเป็นความลับ มีมูลค่าทางการค้า และกิจการมีมาตรการรักษาความลับที่เหมาะสม เช่น จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงและทำสัญญารักษาความลับ

ธุรกิจควรเริ่มคุ้มครองอะไรก่อน

  1. จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของแบรนด์หลักในจำพวกที่ใช้จริง
  2. กำหนดความเป็นเจ้าของงานในสัญญาจ้างพนักงานและผู้รับจ้างภายนอก
  3. ประเมินสิ่งประดิษฐ์หรือการออกแบบใหม่ก่อนเปิดตัว และยื่นคำขอก่อนเปิดเผย
  4. วางมาตรการรักษาความลับทางการค้าและใช้สัญญารักษาความลับ

คำถามที่พบบ่อย

ซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาเอง คุ้มครองด้วยอะไร

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้รับความคุ้มครองเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ ส่วนชื่อผลิตภัณฑ์คุ้มครองด้วยเครื่องหมายการค้า และบางกรณีอาจพิจารณาความคุ้มครองอื่นร่วมด้วยตามลักษณะของสิ่งประดิษฐ์

โลโก้ที่จ้างนักออกแบบทำ บริษัทเป็นเจ้าของหรือไม่

ขึ้นกับข้อตกลงระหว่างกัน ควรระบุในสัญญาให้ชัดว่าลิขสิทธิ์ในงานออกแบบตกเป็นของบริษัท ก่อนนำโลโก้ไปยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

ไอเดียธุรกิจคุ้มครองได้หรือไม่

ไอเดียที่ยังไม่ถูกแสดงออกมาเป็นงานหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ชัดเจนโดยทั่วไปไม่ได้รับความคุ้มครอง วิธีที่ใช้ได้จริงคือรักษาเป็นความลับและทำสัญญารักษาความลับเมื่อต้องเปิดเผย

ให้เราช่วยวางแผนทรัพย์สินทางปัญญา

Kerwin & Vance ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ในการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร ดูรายละเอียดบริการกฎหมายและทรัพย์สินทางปัญญา หรือนัดหมายปรึกษากับเรา

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ