ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร ต่างกันอย่างไร ธุรกิจควรคุ้มครองอะไรก่อน
เมื่อพูดถึงทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ประกอบการหลายคนมักใช้คำว่าลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตรสลับกัน ทั้งที่ทั้งสามคุ้มครองสิ่งต่างกัน ได้สิทธิมาด้วยวิธีต่างกัน และมีอายุคุ้มครองต่างกัน การเข้าใจความต่างช่วยให้วางแผนคุ้มครองได้ถูกจุดและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า

ภาพรวมเปรียบเทียบ
| ประเภท | คุ้มครองอะไร | ได้สิทธิอย่างไร | อายุคุ้มครอง |
|---|---|---|---|
| ลิขสิทธิ์ | งานสร้างสรรค์ เช่น งานเขียน ซอฟต์แวร์ ภาพ งานออกแบบกราฟิก เพลง | เกิดขึ้นทันทีเมื่อสร้างสรรค์งาน ไม่ต้องจดทะเบียน | ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์และอีก 50 ปี (กรณีทั่วไป) |
| เครื่องหมายการค้า | ชื่อ โลโก้ หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แยกสินค้าหรือบริการ | จดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา | 10 ปีนับจากวันยื่นคำขอ ต่ออายุได้ครั้งละ 10 ปี |
| สิทธิบัตรการประดิษฐ์ | สิ่งประดิษฐ์หรือกรรมวิธีที่ใหม่ มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น และประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมได้ | จดทะเบียนและผ่านการตรวจสอบ | 20 ปีนับจากวันยื่นคำขอ |
| อนุสิทธิบัตร | สิ่งประดิษฐ์ที่ใหม่และประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมได้ แต่ไม่ต้องมีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น | จดทะเบียน | 6 ปี ต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี |
| สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ | รูปร่างหรือลวดลายของผลิตภัณฑ์ | จดทะเบียน | 10 ปีนับจากวันยื่นคำขอ |
ลิขสิทธิ์: ได้สิทธิทันที แต่ควรมีหลักฐาน
ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีเมื่อสร้างสรรค์งาน จึงไม่ต้องจดทะเบียนเพื่อได้รับความคุ้มครอง อย่างไรก็ตาม การจดแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาและการเก็บหลักฐานการสร้างสรรค์ เช่น ไฟล์ต้นฉบับพร้อมวันที่ ช่วยพิสูจน์ความเป็นเจ้าของเมื่อเกิดข้อพิพาท
เรื่องที่ธุรกิจมักพลาดคือความเป็นเจ้าของงานที่จ้างผู้อื่นทำ หรืองานที่พนักงานสร้างขึ้น กฎหมายมีหลักเกณฑ์ต่างกันตามลักษณะการจ้าง ทางที่ปลอดภัยคือกำหนดความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไว้ในสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น
เครื่องหมายการค้า: คุ้มครองตัวตนของแบรนด์
เครื่องหมายการค้าคุ้มครองสิ่งที่ลูกค้าใช้จดจำแบรนด์ ความคุ้มครองผูกกับจำพวกสินค้าหรือบริการที่จดทะเบียน และใช้ได้เฉพาะในประเทศที่จดทะเบียน แบรนด์ที่วางแผนขยายไปต่างประเทศจึงควรวางแผนการจดทะเบียนในประเทศเป้าหมายด้วย
สิทธิบัตร: ห้ามเปิดเผยก่อนยื่นคำขอ
สิ่งประดิษฐ์ต้องเป็นของใหม่ หากเปิดเผยต่อสาธารณะก่อนยื่นคำขอ เช่น นำออกขาย จัดแสดงในงาน หรือโพสต์รายละเอียดทางออนไลน์ อาจทำให้ขาดความใหม่และไม่สามารถขอรับสิทธิบัตรได้ ควรยื่นคำขอก่อนเปิดตัว และใช้สัญญารักษาความลับเมื่อต้องเปิดเผยแก่คู่ค้า
อย่าลืมความลับทางการค้า
ข้อมูลบางอย่าง เช่น สูตร กระบวนการผลิต หรือรายชื่อลูกค้า อาจคุ้มครองได้ดีกว่าในฐานะความลับทางการค้า ตราบที่ข้อมูลยังเป็นความลับ มีมูลค่าทางการค้า และกิจการมีมาตรการรักษาความลับที่เหมาะสม เช่น จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงและทำสัญญารักษาความลับ
ธุรกิจควรเริ่มคุ้มครองอะไรก่อน
- จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของแบรนด์หลักในจำพวกที่ใช้จริง
- กำหนดความเป็นเจ้าของงานในสัญญาจ้างพนักงานและผู้รับจ้างภายนอก
- ประเมินสิ่งประดิษฐ์หรือการออกแบบใหม่ก่อนเปิดตัว และยื่นคำขอก่อนเปิดเผย
- วางมาตรการรักษาความลับทางการค้าและใช้สัญญารักษาความลับ
คำถามที่พบบ่อย
ซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาเอง คุ้มครองด้วยอะไร
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้รับความคุ้มครองเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ ส่วนชื่อผลิตภัณฑ์คุ้มครองด้วยเครื่องหมายการค้า และบางกรณีอาจพิจารณาความคุ้มครองอื่นร่วมด้วยตามลักษณะของสิ่งประดิษฐ์
โลโก้ที่จ้างนักออกแบบทำ บริษัทเป็นเจ้าของหรือไม่
ขึ้นกับข้อตกลงระหว่างกัน ควรระบุในสัญญาให้ชัดว่าลิขสิทธิ์ในงานออกแบบตกเป็นของบริษัท ก่อนนำโลโก้ไปยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
ไอเดียธุรกิจคุ้มครองได้หรือไม่
ไอเดียที่ยังไม่ถูกแสดงออกมาเป็นงานหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ชัดเจนโดยทั่วไปไม่ได้รับความคุ้มครอง วิธีที่ใช้ได้จริงคือรักษาเป็นความลับและทำสัญญารักษาความลับเมื่อต้องเปิดเผย
ให้เราช่วยวางแผนทรัพย์สินทางปัญญา
Kerwin & Vance ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ในการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร ดูรายละเอียดบริการกฎหมายและทรัพย์สินทางปัญญา หรือนัดหมายปรึกษากับเรา
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ