กรุงเทพมหานคร 095-205-3751 contact@kerwinvance.com

นำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ในงานบัญชีและเอกสาร: เริ่มตรงไหนให้คุ้มและปลอดภัย

นำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ในงานบัญชีและเอกสาร: เริ่มตรงไหนให้คุ้มและปลอดภัย

งานบัญชีและเอกสารมีขั้นตอนซ้ำ ๆ จำนวนมาก เช่น พิมพ์ข้อมูลจากใบแจ้งหนี้ จับคู่รายการรับเงินกับลูกหนี้ หรือส่งเอกสารให้ผู้บริหารอนุมัติ งานเหล่านี้เหมาะกับการนำ AI และระบบอัตโนมัติมาช่วย แต่ถ้าเริ่มผิดจุด อาจได้ระบบที่ซับซ้อนขึ้นแต่ประหยัดเวลาได้น้อย บทความนี้สรุปแนวทางเริ่มต้นที่คุ้มค่าและปลอดภัย

แผนภาพ 4 ขั้นของงานเอกสารอัตโนมัติ ตั้งแต่รับเอกสาร ระบบอ่านข้อมูล คนตรวจทาน จนถึงบันทึกบัญชี
ให้ระบบทำงานซ้ำ ๆ และให้คนตรวจทานจุดที่ต้องใช้วิจารณญาณ ก่อนข้อมูลเข้าสู่บัญชี

งานแบบไหนเหมาะกับระบบอัตโนมัติ

  • ทำซ้ำบ่อยและมีปริมาณมาก
  • มีกฎเกณฑ์ชัดเจน หรือมีข้อมูลตัวอย่างเพียงพอให้ระบบเรียนรู้
  • ผลลัพธ์ตรวจสอบได้ง่ายว่าถูกหรือผิด
  • ปัจจุบันใช้เวลาคนมากจนกระทบงานที่สร้างมูลค่ากว่า

ตัวอย่างการใช้งานในงานบัญชีและเอกสาร

  • อ่านข้อมูลจากเอกสาร: ระบบอ่านใบแจ้งหนี้และใบเสร็จ แล้วสร้างรายการร่างพร้อมเลขที่เอกสาร วันที่ ยอดเงิน และภาษี ให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนบันทึก
  • กระทบยอดธนาคาร: จับคู่รายการเดินบัญชีกับใบแจ้งหนี้หรือรายการจ่ายโดยอัตโนมัติ เหลือเฉพาะรายการที่ไม่ตรงให้คนตรวจ
  • ขั้นตอนอนุมัติ: ส่งเอกสารให้ผู้อนุมัติตามวงเงินโดยอัตโนมัติ พร้อมเก็บประวัติว่าใครอนุมัติเมื่อไร
  • ติดตามลูกหนี้: แจ้งเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดหรือเกินกำหนดชำระ
  • สรุปรายงาน: ช่วยร่างคำอธิบายความเปลี่ยนแปลงของตัวเลขในรายงานผู้บริหาร ให้ผู้รับผิดชอบตรวจและแก้ไขก่อนส่ง

เริ่มอย่างไรให้คุ้มค่า

  1. เลือกกระบวนการเดียวก่อน: เริ่มจากงานที่เจ็บปวดที่สุดและวัดผลได้ชัด
  2. วัดสถานะปัจจุบัน: จดเวลาที่ใช้ จำนวนเอกสาร และอัตราความผิดพลาดก่อนเริ่ม
  3. ทดลองนำร่อง: ใช้กับเอกสารบางส่วนก่อน และเปรียบเทียบผลกับวิธีเดิม
  4. ให้คนตรวจทานเสมอในช่วงแรก: ลดการตรวจลงเฉพาะเมื่อพิสูจน์แล้วว่าความถูกต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
  5. ขยายผลทีละขั้น: เมื่อกระบวนการแรกได้ผล จึงต่อยอดไปยังงานถัดไป

ความเสี่ยงที่ต้องควบคุม

  • ความถูกต้อง: ผลจาก AI อาจผิดพลาดได้ ต้องมีขั้นตอนตรวจทานและกำหนดเกณฑ์ว่ารายการแบบใดต้องให้คนตัดสินใจ
  • การรั่วไหลของข้อมูล: ไม่ควรนำข้อมูลลูกค้า ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลการเงินที่เป็นความลับไปใส่ในเครื่องมือสาธารณะที่ไม่มีข้อตกลงด้านการคุ้มครองข้อมูล
  • สิทธิ์การเข้าถึง: ระบบอัตโนมัติควรมีสิทธิ์เท่าที่จำเป็น เช่น สร้างรายการร่างได้แต่อนุมัติจ่ายเงินเองไม่ได้
  • ร่องรอยการตรวจสอบ: ทุกรายการที่ระบบสร้างหรือแก้ไขควรมีบันทึกให้ตรวจย้อนหลังได้
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

วัดผลอย่างไร

  • เวลาที่ใช้ปิดบัญชีรายเดือน
  • จำนวนเอกสารที่ประมวลผลได้ต่อคนต่อวัน
  • อัตราความผิดพลาดที่พบในการตรวจทานหรือการตรวจสอบบัญชี
  • ต้นทุนต่อเอกสารเมื่อรวมค่าระบบและเวลาตรวจทาน

คำถามที่พบบ่อย

AI จะมาแทนนักบัญชีหรือไม่

AI ช่วยลดงานบันทึกและงานซ้ำซ้อนได้มาก แต่การตัดสินใจเชิงวิชาชีพ การตีความมาตรฐานบัญชีและกฎหมายภาษี และความรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ยังเป็นหน้าที่ของคน บทบาทของนักบัญชีจึงเปลี่ยนไปเน้นการวิเคราะห์และการควบคุมมากขึ้น

ธุรกิจขนาดเล็กเริ่มใช้ได้หรือไม่

ได้ หลายเครื่องมือมีอยู่ในโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ใช้อยู่แล้ว เช่น การอ่านใบเสร็จหรือการจับคู่รายการธนาคาร ควรเริ่มจากฟังก์ชันเหล่านี้ก่อนลงทุนระบบเฉพาะ

ต้องเตรียมข้อมูลอะไรก่อนเริ่ม

ผังบัญชีที่ชัดเจน ข้อมูลหลักของลูกค้าและผู้ขายที่สะอาด และเอกสารตัวอย่างที่ครอบคลุมรูปแบบที่พบบ่อย ระบบอัตโนมัติจะแม่นยำได้เพียงเท่าที่ข้อมูลพื้นฐานถูกต้อง

ให้เราช่วยนำระบบอัตโนมัติมาใช้

Kerwin & Vance นำ AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการทำงาน เฉพาะจุดที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำได้จริง ดูรายละเอียดบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและบัญชีและรายงานทางการเงิน หรือนัดหมายปรึกษากับเรา